... หมากกระดานชีวิต ...

posted on 19 Nov 2009 21:58 by oh2day

          ... ขณะนี้เวลา 18 นาฬิกา  โปรดเตรียมเทียบเวลาเคารพธงชาติ ...

          ประเทศไทย  รวมเลือดเนื้อ  ชาติเชื้อไทย ...

          ทรานซิสเตอร์เครื่องเก่า  แขวนอยู่กับตะปูที่ตอกติดเสาไม้ชายหลังคาหน้าร้าน   กำลังส่งเสียงดังเตือนเวลา  และเตือนว่าเราคือคนไทย   ซึ่งยืนอยู่บนผืนแผ่นดินแ่ห่งบรรพบุรุษ   ผู้ซึ่งยอมสิ้นสุดชีวิตด้วยคมมีดคมดาบในการปราบผู้รุกราน   เพียงเพื่อรักษาบ้านเมืองไว้ให้ลูกหลานได้อยู่ร่มเย็นจนเป็นปัจจุบัน   ทุกถ้อยคำในทำนองของเพลงชาติไทย   ทำให้เย็นย่ำค่ำนี้มีความรู้สึกปรีดี ที่ได้เกิดมาเป็นลูกหลานแห่งสยาม  

          สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี...  

          หนึ่งวลีในทำนองเพลง  ที่สร้างความภูมิใจในสายเลือด    และคอยย้ำถึงคำที่ว่า...

          "สละชีพเพื่อชาติ"

          ซึ่งคงจะน่าอนาถ   หากมีใครคิด 

          "สละชาติเพื่อชีพ"

 

          หนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายวางพับยับอยู่บนโต๊ะหินอ่อนลายกระดานหมากฮอส    พื้นโต๊ะที่มันวาวสะท้อนเงาใบหน้าของชายชราคราคร่ำไปด้วยหนวดขาวและเคลา บาง   กำลังจ้องมองกระดานหมากฮอสอย่างครุ่นคิดแผนการล่วงหน้า   เด็กหนุ่มวัยรุ่นนั่งอยู่ีอีกฝั่งตรงข้าม จับฝาน้ำอัดลมที่ใช้เป็นหมากเดินเข้าไปหลบมุมด้านขวาของกระดาน  

          "เสร็จฉันละ"   ชายชรายิ้มดีใจ  เมื่อเด็กหนุ่มเดินหมากมาติดกับ  ว่าแล้วจึงได้เดินหมากเข้าไปปิดทางของคู่แ่ข่งจนหมดสิ้น

          "โห..  แล้วคราวนี้ผมจะเดินยังไงล่ะลุึง   ไม่น่าเดินตัวนั้นเลยเรา"   เด็กหนุ่มนึกเสียดายที่เดินหมากพลาดไปเมื่อครู่   ครั้นจะดึงหมากกลับมาใหม่ก็กระไรอยู่  ครั้นจะเดินเข้าสู้ก็ไม่ไหว  เลยได้นั่งเครียดคิดอยู่นานโข

          "ไม่เป็นไรน่า  ถึงจะเดินหมากกลับไม่ได้   แต่ก็เิริ่มใหม่ได้นี่"  คุณลุงพูดปลอบใจ   และชวนเริ่มเล่นใหม่ีอีกครั้ง  

          "มาต่อกันอีกซักตาเถอะน่า   เดี๋ยวลุงให้แก้มือ"  

 

          เห็นหมากกระดานแล้วพาลให้คิด   ถ้านี่เป็นหมากกระดานชีวิตของเราล่ะ...

          ... หมากกระดาน  ผ่านตาเดิน  อย่าเขินขัด       เพราะไม่อาจ  ดึงกลับ   สลับได้ ...

          ... ที่เดินผิด  อย่าคิดย้อน  หรือถอนใจ             เริ่มต้นใหม่  ใช่จะแพ้  แต่อย่างเดียว ...

          ... หมากชีวิต  คิดไป  คงไม่ต่าง                      เพียงปล่อยวาง  อดีตไว้  อย่าได้เหลี่ยว ...

          ... เริ่มต้นใหม่  ใช่จะแพ้  แน่นักเชียว                อย่าได้เทียว   คิดย้อน  ให้อ่อนใจ ...

 

          ท่ามกลางความเพลินใจในเกมส์หมากฮอส  ก็มีเสียงแซกซ้อนเข้ามาพร้อมท่วงท่าที่ยวนใจ

          "คุณลุงคะ   สวัสดีคะ"    พนักงานสาวในชุดฟอร์มชมพูวางกล่องเครื่องคั้นน้ำผลไม้บนเก้าอี้

          "ขายอะไรอีกล่ะ   ไม่เอาล่ะ   โน่น ๆ ลองไปขายช่างคอมฯ ดูสิ  เห็นนั่งว่างอยู่"  คุณลุงรีบปัด

          "สวัสดีค่ะพี่   ขอเวลาครู่เีดียวนะคะ  หนูจะสาธิตการใช้งานให้ดู"   เธอรีบรี่เข้ามา   เพื่อสาธิตเครื่องปั่นน้ำผลไม้   แต่เธอจะรู้มั้ยว่ามีใคร   กำลังปั่นป่วนใจเพราะเธอ

 

          ครู่ใหญ่ ๆ ผ่านไปในการสาธิต   จึงตัดสินใจซื้อ

          "พี่ขอเครื่องเล็กนะ   พอดีว่าอยู่คนเดียว  คงไม่ได้ใช้อะไรมาก"   พยายามบอกเธอให้ได้คิด  ว่าเราโสดสนิทเพียงใด

          "เครื่องใหญ่ดีกว่ามั้ยพี่  มีคู่มือให้ด้วย     ถ้าเป็นเครื่องเล็กไม่มีคู่มือให้นะ"

          "ไม่เป็นไร...

            จริง ๆ แล้ว  ก็ไม่อยากได้คู่มือซักเท่าไหร่  

            แต่อยากจะได้คู่ใจมากกว่า"

 

    ... เสียงของหัวใจ : Cover by oh2day ...

 

... ว่าวชีวิต ติดลมบน ...

posted on 10 Nov 2009 14:53 by oh2day

          ... ลมเพลมพัด  ลมพัดอะไร  ลมพัดหัวใจ  ฉันไปหาเธอ ...

          นั่งพร่ำเพ้อละเมอใจ   ดูใบไม้แห้งปลิวผ่านหน้าร้านอยู่เป็นระยะ  ฝุ่นดินข้างถนนคละคลุ้งไปตามทางลม   กลิ่นหอมหวนชวนหิวโชยมาจากรถพ่วงขายไก่ย่างส้มตำที่จอดอยู่ข้างตลาดนัด   ชายผ้ายางบนหลังคารถพ่วงพริ้วสะบัดแรงเป็นบางครั้ง   ควันจากเตาไฟย่างไก่โขวงตามกระแสลมที่พัดมาในบางครา

          ผืนดินว่าง ๆ ข้างลานเทปาล์มอีกฝั่งถนน   ในช่วงเย็นจะกลายเป็นที่วิ่งเล่นของเด็ก ๆ    สาวน้อยตัวเล็กมอมแมมปั่นจักรยานเกรอะสนิมรอบลานกว้าง   เด็กชายวัยอ่อนกว่าวิ่งไล่หลังพลางหัวเราะร่า   คนงานลานเทที่เพิ่งจะเลิกงาน ล้อมวงเล่นตะกร้อหวายอยู่ใกล้กัน    ตรงกลางลานกว้างยังมีเด็กอีกหลายคนวิ่งแหงนหน้ามองฟ้าดูว่าวที่กำลังสาวขึ้นไปเสียดฟ้า    มีเพียงว่าวสีขาวแดงของเด็กชายตัวน้อยในชุดนักเรียน  ที่หมุนวนอยู่กับที่ ก่อนลงมาครูดกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า

          "ฮ่า ๆ ๆ    ว่าวของแกนี่ไม่ได้เรื่องเลยว่ะ" เด็กชายตัวใหญ่ผมเกรียนหัวเราะเยาะหยัน

          เด็กน้อยหยุดวิ่งแต่ยังคงยิ้มโดยไม่สนใจต่อคำเย้ย    สองมือค่อย ๆ ดึงสายมาม้วนไว้กับกระบอกไม้ไผ่  แล้วแก้ปลายสายที่ผูกตัวว่าวออกมาผูกใหม่  ให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสมกว่าเิิดิม   ก่อนจะวิ่งดึงว่าวขึ้นไปอีกครั้ง

          "เย้ ๆ   ขึ้นแล้ว ๆ"  เด็กน้อยวิ่งดีใจ พร้อมตะโกนลั่น

 

          มองว่าวบนฟ้า  ในขณะที่ครุ่นคิด...

          ... ลมแรงจัด พัดว่าวลอย คล้อยกระแส          ความจริงแท้ สอนใจ ให้ได้เห็น ...

          ... ว่าวตัวน้อย ลอยลมบน ในตอนเย็น           เป็นดั่งเช่น ชีวิต ใ้ห้ึิคิดกัน ...

          ... เปรียบลมแรง เป็นลมปาก ที่ถากถาง         เปรียบว่าวต่าง ตัวเรา ที่เขาหยัน ...

          ... เพียงเปลี่ยนลม เป็นแรงใจ ไว้ผลักดัน      เพียงเท่านั้น  ว่าวชีวิต ติดลมบน ...                         

 

          สายลมหนาวหอบเอากลิ่นไก่ย่างโชยมาอีกครั้ง    ความหิวเริ่มถามหา  สายตาหันไปตามกลิ่นหอม   รถพ่วงที่ขายส้มตำยังจอดที่เดิม   แต่ดูเหมือนวันนี้คุณลุงที่มาขายประจำจะไม่อยู่   เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จึงได้รู้ว่าลูกสาวมาขายแทน  

          "เอาตำอะไรดีคะพี่"    เธอคนดีเอ่ยถามตามประสา   ส่งสายตาให้ใจสั่นและหวั่นไหว   เธองามงดจรดร่างถึงกลางใจ   งามหญิงใดจะเกินกว่า  'แม่ค้าส้มตำ'

          "เอาตำใจให้ถุงนึง"

          "เ่อ่อ..  ตำไทยรึปล่าวคะ"

          "ตำใจนี่ล่ะครับ

           อ้อ..  แล้วระัวังนะ   อย่าตำให้แรงนัก  เดี๋ยวความรักจะกระเด็นเข้าตา"

 

นำเพลงใหม่ของ  Friday  มาฝากกันครับ   อยู่ใน  mini album   - LAVENDER

ส่งมอบเพลงนี้เป็นกำลังใจให้กับพี่ น้อง และผองเพื่อนชาว exteen ทุกท่านด้วยนะครับ

             ... เธอยังมีฉัน : Friday ...

... ลมหายใจ ...

posted on 05 Nov 2009 19:06 by oh2day

          ... หมอกหนาวขาวโพลน ...

          มองไปบนถนนแทบไม่เห็นปลายทาง  สายลมเคลื่อนไหวไม่แรงนัก  แต่ก็มากพอที่จะทำให้ความเย็นกระเซ็นมาท่วมร่าง   เจ็คเก็ตสีครีมตัวหนาที่สวมทับเสื้อยืดสีขาวช่วยบรรเทาความหนาวลงได้บ้าง   ทว่าหัวใจที่อ้างว้าง ยังคงครวญครางอย่างเหน็บหนาว

          ตื่นเช้ามาเปิดร้านเหมือนวันปรกติ   หรี่ตามองไปไกล ๆ   คล้ายน้ำตาจะไหลออกมาด้วยอาการแสบ  คงเป็นเพราะเมื่อคืนทำงานจนดึกมาก  แล้วยังต้องตื่นเช้า  ทำให้รู้สึกราวกับว่าสายตายังพักผ่อนได้ไม่เต็มที่   ใจจริงก็อยากนอนกินบ้านกินเมืองกับเค้าเหมือนกัน   แต่เรามันไม่ใ่ช่นักการเมืองไทย  คงจะำิกินบ้านกินเมืองได้ไม่ทันเค้า  

          ยกเครื่องคอมฯ ที่ซ่อมค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวานมาวางไว้บนโต๊ะ   รื้อเครื่องมือในลังมาจัดในตู้กระจกใส   ขณะรอให้น้ำที่ต้มไว้เดือดได้ที่  ก็ตระเตรียมกาแฟดำและน้ำตาลตั้งรออยู่ข้างกระติกน้ำร้อน   ก่อนทำงานในเช้านี้คงต้องเริ่มที่กาแฟดี ๆ ซักแก้ว

          "อ้าวลุง..  จัดแผงเสร็จแล้วเหรอครับ  เร็วจัง"   คำสนทนาแรกในเช้านี้  มีให้กับคุณลุงขายผลไม้ในตลาดนัด  ที่เดินมานั่งพักหน้าร้าน

          "ยังหรอก..  ยังไม่ได้จัดเลย  ของเดิมหมดตั้งแต่เมื่อวาน   เช้านี้รถไปรับผลไม้ไกลหน่อย  นี่ก็คงใกล้ถึงแล้วล่ะ"   แกใช้ผ้าขาวม้าที่พาดบ่ามาปัดฝุ่นที่ม้าหินอ่อนก่อนลงนั่ง

          "โห..  ขายดีนะครับ   แล้วขายทุกวันมั้ยเนี่ย"

          "ก็ไม่ทุกวันหรอก   ส่วนใหญ่วันพระก็จะหยุดขาย แล้วไปทำบุญที่วัดกัน"

          "แล้วไม่เสียดายรายได้เหรอลุง  ขายดีออก"

          "นี่.. พ่อหนุ่ม   คนเราอยู่ได้เพราะมีลมหายใจใช่มั้ย"

          "ใช่ครับ.."

          "งั้นลองหายใจเข้า  แล้วไม่ต้องหายใจออกดูซิ   มันอึดอัดมั้ย   มันสุขมั้ย  มันสบายมั้ย"

 

          จริงสินะ ... 

          ... ลมหายใจ เข้าออก บอกให้รู้                เตือนเราอยู่ ทั้งตื่นหลับ กลับไม่เห็น ...  

          ... หายใจเข้า นานไป ใจรำเค็ญ              หายใจออก จึงได้เห็น เป็นสุขจริง ...

          ... รู้จักรับ ให้เท่ากับ รู้จักให้                    รู้จักใจ เพียงพอ ต่อทุกสิ่ง ...

          ... คงเหมือนลม หายใจ ไร้ประวิง            คงสุขยิ่ง  หากผู้ใด  หายใจเป็น ...

 

          ปริ้น ๆ .....   ปริ้น ๆ .....    

          "อ้าว... มาถึงซะที"  คุณลุงหันไปตามเสียง 

          รถกระบะสีแดงตอนเดียวเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าร้าน   ด้านกระบะหลังเต็มไปด้วยผลไม้มากมายชนิด   ในทันทีที่รถจอดสนิด  ก็เห็นสิ่งมีชีวิตลงมาจากรถ   มองแต่หัวจรดเท้า   อ้าว....  ผู้หญิง.......  ช่างงามจังงามจริงกว่าสิ่งไหน   หน้าตาคมผมยาวขาวบาดใจ   ทั้งรูปร่างยังพริ้วไหวคล้ายดารา    หากเปรียบเธอเป็นเช่นดั่ง นางเอกหนัง    เธอคงชังคนต่ำต้อยด้อยวาสนา    นึกน้อยใจเรามิใช่อนันดา   แต่หล่อกว่าสิบเท่าเจ้าว่าไง

          "ลุง... จัดแผงรึัยัง   หนูเอารถไปจอดที่แผงเลยมั้ย"   เธอลงจากรถมาถามคุณลุงที่นั่งรออยู่

          "จอดไว้นี่แหละ  ยังไม่ได้จัดแผงเลย  ไปช่วยลุงก่อน"    แกลุกขึ้นหยิบผ้าขาวม้าคาดเอว แล้วเดินไปที่แผง

          "จ้าลุง..  เดี๋ยวตามไป"   เธอทำหน้าเง้างอพอน่ารัก    ก่อนจะเดินมาทักที่หน้าร้าน 

          " พี่คะ..  หนูฝากรถไว้ก่อนนะคะ"

          "ได้ครับ"  ตอบเธอไปสั้น ๆ 

          "แล้วจอดไว้ตรงนั้นได้มั้ยคะ   ขวางทางเดินรึปล่าว"

          "อ๋อ.. ตามสบายครับ  จอดตรงไหนก็ได้    แค่อย่าให้ขวางทางรักก็พอ"  

 

 มีหนึ่งเพลงความหมายดีๆ มาฝากกันครับ  กับความรัก ที่มักน้อย...  "นิดนึงพอ"

                         ... นิดนึงพอ : Cover By Oh2day ...